บอร์ดการยางฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามโครงการ CSR นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามผลการดำเนิน "โครงการเศรษฐกิจพอเพียงฯ” สนับสนุนชาวสวนยางยึดเป็นแนวทางสร้างรายได้ เสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 คณะอนุกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR) ของการยางแห่งประเทศไทย โดย นายสาย อิ่นคำ นายสังข์เวิน ทวดห้อย และนายสมเกียรติ วงศ์เทพวาณิช พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ หมีดเส็น และนายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้า "โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ บ้านทุ่งหลุก หมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว ซึ่งดำเนินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ปลูกพืชร่วมยาง เลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เลี้ยงผึ้ง ปลูกผักสวนครัว ผสมปุ๋ยหมักจากซากพืชซากสัตว์ และเลี้ยงปลาผสมผสาน นายสาย อิ่นคำ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย และอนุกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของ กยท. เผยว่า กยท. ให้ความสำคัญต่อบทบาทด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่ง กยท. ยินดีที่จะส่งเสริม สนับสนุน พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กยท. สำหรับโครงการเศรษฐกิจพอเพียงฯกยท. ได้สนับสนุนให้เกษตรกรทำสวนยางแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับการใช้ความรู้ด้านการเกษตรที่เป็นความรู้ที่ติดตัวเกษตรกรเอง ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงในอาชีพสวนยางอย่างยั่งยืนได้ นายอุดม อมยิ้ม เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ผู้เข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียงฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 230 ครัวเรือน ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยได้นำระบบเกษตรผสมผสานทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้จัดการภายในพื้นที่สวนยาง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ปลูกพืชประธาน คือ ยางพารา รองลงมาเป็นพืชที่สร้างรายได้เร็ว เช่น การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ปลูกกล้วย ม่อน รวมถึงพืชร่วมยางพารา เช่น หวาย กระวาน การเลี้ยงไส้เดือนดิน และการผสมปุ๋ยหมักใช้เอง ซึ่งทั้งหมดเป็นการนำความรู้ที่ได้มาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของชีวิตเกษตรกรคนหนึ่ง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประกอบการวางแผนและการตัดสินใจ ทำให้ลดผลกระทบจากปัญหาราคายางในปัจจุบันได้ และมีอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน เกิดความมั่นคงในอาชีพและการดำเนินชีวิตอย่างมากทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

MARC Information

245 a : Title 
บอร์ดการยางฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามโครงการ CSR นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
520 a : Description 
คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามผลการดำเนิน "โครงการเศรษฐกิจพอเพียงฯ” สนับสนุนชาวสวนยางยึดเป็นแนวทางสร้างรายได้ เสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 คณะอนุกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR) ของการยางแห่งประเทศไทย โดย นายสาย อิ่นคำ นายสังข์เวิน ทวดห้อย และนายสมเกียรติ วงศ์เทพวาณิช พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ หมีดเส็น และนายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้า "โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ บ้านทุ่งหลุก หมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว ซึ่งดำเนินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ปลูกพืชร่วมยาง เลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เลี้ยงผึ้ง ปลูกผักสวนครัว ผสมปุ๋ยหมักจากซากพืชซากสัตว์ และเลี้ยงปลาผสมผสาน นายสาย อิ่นคำ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย และอนุกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของ กยท. เผยว่า กยท. ให้ความสำคัญต่อบทบาทด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่ง กยท. ยินดีที่จะส่งเสริม สนับสนุน พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กยท. สำหรับโครงการเศรษฐกิจพอเพียงฯกยท. ได้สนับสนุนให้เกษตรกรทำสวนยางแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับการใช้ความรู้ด้านการเกษตรที่เป็นความรู้ที่ติดตัวเกษตรกรเอง ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงในอาชีพสวนยางอย่างยั่งยืนได้ นายอุดม อมยิ้ม เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ผู้เข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียงฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 230 ครัวเรือน ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยได้นำระบบเกษตรผสมผสานทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้จัดการภายในพื้นที่สวนยาง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ปลูกพืชประธาน คือ ยางพารา รองลงมาเป็นพืชที่สร้างรายได้เร็ว เช่น การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ปลูกกล้วย ม่อน รวมถึงพืชร่วมยางพารา เช่น หวาย กระวาน การเลี้ยงไส้เดือนดิน และการผสมปุ๋ยหมักใช้เอง ซึ่งทั้งหมดเป็นการนำความรู้ที่ได้มาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของชีวิตเกษตรกรคนหนึ่ง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประกอบการวางแผนและการตัดสินใจ ทำให้ลดผลกระทบจากปัญหาราคายางในปัจจุบันได้ และมีอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน เกิดความมั่นคงในอาชีพและการดำเนินชีวิตอย่างมากทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท. 

ไม่มีริวิว

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น