Blog : นวัตกรรม

ชื่อเรื่อง : ฝรั่ง "จัดหนัก" ออกข่าวกดดัน .. หาพืชทดแทนได้แล้ว รอผลิตจริงอีก 3 ปีข้างหน้า

ผู้เขียน : อาเดล

วันที่ : 2017-07-21

ผู้เข้าชมบทความ : 322 Views

ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ราคายางพาราเริ่มผงกหัวขึ้น อันเนื่องมาจากสต็อกยางของโลกเริ่มหายไป ซึ่งก็ทำให้ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์มีกำไรลดลงมา ทำให้นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016 เป็นต้นมา ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์รายใหญ่ ทั้งคอนทิเนนทัล บริดจ์สโตน และ คูเปอร์ ต่างทยอยออกข่าวถึงความคืบหน้าในการนำ "วัชพืชทดแทนยางพารา" ซึ่งมีข้อได้เปรียบเหนือยางพาราในหลายด้าน เช่น

- สามารถปลูกแบบพืชไร่ ไม่ต้องรอถึง 7 ปีกว่าจะได้น้ำยาง
- ใช้เครื่องจักรเก็บเกี่ยวได้แบบพืชไร่ทั่วไป ทำให้มีข้อได้เปรียบเรื่องแรงงาน
- ปลูกในสภาพอากาศสุดโหดได้ เช่น ทะเลทรายในสหรัฐ พื้นที่อากาศหนาวเย็นในยุโรป รวมทั้งพื้นที่ที่ไม่อุดมสมบูรณ์

70% ของยางพาราที่ผลิตได้ในแต่ละปี ถูกใช้เพื่อทำยางรถยนต์ และยางพาราเกือบทั้งหมดมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์นั้น มีความรู้สึกไม่ค่อยมั่นคง กับความต่อเนื่องของผลผลิตยางพารา ซึ่งหากในอนาคตหากเกิดอะไรกับยางพาราขึ้นมา เช่น เกิดโรคระบาดเหมือนที่เกิดกับกุ้ง อันเป็นผลทำให้ยางพาราขาดตลาด ก็ย่อมทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ อีกทั้งยางพาราเป็นพืชสวน ที่กว่าจะให้น้ำยางก็ต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ทำให้หากจะปลูกทดแทนในกรณีเกิดภัยพิบัติ ก็ต้องใช้เวลานาน

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์ยี่ห้อใหญ่ๆ ของโลก เช่น อันดับหนึ่งคือ คอนทิเนลทัล อันดับสอง คือ บริดจ์สโตน อันดับสี่ คือ กู้ดเยียร์ ประกาศว่าจะต้องหาพืชมาทดแทนยางพาราให้ได้ คอนทิเนลทัลประกาศจะนำยางรถยนต์ที่ทำจากวัชพืช "แดนดิไลน์" มาทดสอบบนท้องถนนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ในขณะที่บริดจ์สโตนประกาศจะจำหน่ายยางรถยนต์ที่ทำจากต้น "วายยูเล่" ในปี ค.ศ. 2020 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้านี่เอง



นโยบายของบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ขนาดใหญ่หลายๆ เจ้า ไม่ว่าจะเป็น คอนทิเนนทัล ที่เป็นอันดับ 1 บริดจ์สโตนที่เป็นอันดับ 2 ล้วนมุ่งหน้าสู่ยางรถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ที่จะมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งคู่ต่างมีการวิจัยและพัฒนายางจากพืชทางเลือก รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะนำยางเก่ากลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณลบต่ออนาคตของยางพาราทั้งนั้น

ตอนนี้ ... นอกจากความท้าทายเรื่องราคายางพาราที่ตกต่ำแล้ว ... เราอาจจะต้องมาคิดเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องการแปรรูป และการมีแบรนด์ยางรถยนต์ของตัวเอง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองยางพาราในตลาดโลก เพราะจะว่าไป ยุโรปและอเมริกาคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการพัฒนาพืชทดแทนยางพารา แต่มาตรการกีดกันทางการค้า คงจะออกมาในเร็วๆ นี้
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... 

 

ที่มา http://smart-farm.blogspot.com

กระดานความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น